โรงเรียนวัดสามัคคีธรรมาราม


หมู่ที่ 3 บ้านทุ่งอ่าว ตำบลศรีวิชัย อำเภอพุนพิน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130
โทร. 077310291

โรคหนองใน ศึกษาและอธิบายเกี่ยวกับการรักษาโรคหนองในให้กับผู้ป่วย

โรคหนองใน

โรคหนองใน เกิดจากเชื้อที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคหนองในคือเชื้อโรคขาดการป้องกัน โรคนี้ถือเป็นโรคติดต่อ การติดเชื้อทำให้หนองไหลออกจากร่างกาย มักมาจากปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ ท่อปัสสาวะ และอวัยวะอื่นๆ บริเวณที่แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี เช่น ปาก คอ ตา ทวารหนัก เป็นต้น

โรคหนองในเกิดได้ทั้งชายและหญิง ในประเทศไทย จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั่วประเทศ 6,168 ราย อัตราการติดเชื้อ 9.76 ต่อประชากร 100,000 คน คิดเป็น 15.43 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหนองในเกิดจากการสัมผัสกับเยื่อบุช่องคลอด ช่องปาก ทวารหนัก หรืออวัยวะเพศของผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรียหนองในแท้

โรคหนองในแท้สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ ผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นโรคหนองในควรระมัดระวังไม่ให้เชื้อหนองในแพร่กระจายไปยังผู้อื่นนอกเหนือจากการสัมผัสกับผู้ป่วยโรคหนองใน ปัจจัยเสี่ยงของโรคหนองในเทียมมีดังนี้ กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มวัยที่มีความกระตือรือร้นสูง มีความเสี่ยงสูงที่จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มคนที่มีคู่นอนมากกว่า 1 คน

กลุ่มคนที่มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส กลุ่มคนติดยาที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางป้องกัน โรคหนองในเทียมเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อแบคทีเรียไนซีเรียโกโนเรีย แบคทีเรียนี้พบในน้ำอสุจิของผู้ชายและของเหลวในช่องคลอดของผู้หญิง แบคทีเรียชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีในเขตอบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศและภายในช่องคลอด ได้แก่ ทวารหนัก เยื่อบุปากและคอ

ดังนั้นหากใครมีเชื้อโรคนี้อยู่ในร่างกายและมีกิจกรรมต่างๆ จะต้องสัมผัสในส่วนที่มีเชื้อโรคนี้ผ่านกิจกรรมทางเพศ นี่คือการสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรงที่สุด เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการแพร่กระจายของโรคมีระยะฟักตัวแสดงอาการของโรคภายใน 10 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่จะแสดงอาการได้ภายใน 5 วัน เพื่อให้เข้าใจโรคหนองในได้ดีขึ้น ให้สัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ เช่น การจับมือ การจูบ การใช้แก้ว จานชามร่วมกัน

หรือการใช้สระว่ายน้ำร่วมกัน หรือใช้กับผู้ที่มีเชื้อโรคหนองในเทียมแล้วไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อเลย สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคหนองในนั้น เราแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ การติดเชื้อในผู้ชาย ผู้หญิงติดเชื้อและทั้งชายและหญิงมีอาการ รายละเอียดมีดังนี้ อาการในผู้ชายคือรู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก และมีของเหลวไหลออกจากท่อปัสสาวะ

เมือกใสในตอนแรกจากนั้นเป็นหนองสีเหลืองหนา ปวดและบวมที่อัณฑะ การอักเสบของอัณฑะ อาการที่พบในผู้หญิงคือมีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวมาก มีหนองสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น และมีอาการขัดสีในรายที่ไม่รุนแรง รู้สึกแสบร้อนเวลาปัสสาวะ หากมีการติดเชื้อที่มดลูก มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดท้องน้อย อาการที่เกิดได้ทั้งชายและหญิง คือ มีไข้สูง เจ็บคอ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการติดเชื้อในลำคอ

หากมีอาการปวดเวลาถ่ายอุจจาระ มีหนองในอุจจาระ หากเยื่อบุตาติดเชื้อ คุณจะรู้สึกว่ามีหนองในเยื่อบุตา เป็นต้น อันตรายของโรคหนองในขึ้นอยู่กับภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา จนรักษาได้ยาก ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในมีลักษณะดังนี้ อาการต่อมลูกหมากอักเสบจาก UTI หรือฝีที่ผนังท่อปัสสาวะ

โรคหนองใน

อาการของอัณฑะอักเสบซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก อาการฝีที่อวัยวะเพศ อาการอุ้งเชิงกรานอักเสบ ทำให้ปวดท้อง มีไข้ มีตุ่มหนองเรื้อรังในช่องท้องส่วนล่าง อาการติดเชื้อในกระแสเลือด อาการติดเชื้อร่วม โรคหนองในสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ สิ่งนี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้หากการติดเชื้อเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น หากทารกตาบอดจากการติดเชื้อที่ตา

โรคหนองในอาจเป็นอันตรายต่อทารกหากทราบว่าทารกติดเชื้อหนองในในระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม การวินิจฉัยการติดเชื้อหนองในสามารถทำได้โดยการตรวจสอบประวัติ และอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อโรคจากบาดแผลของปากมดลูก ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก หรือลำคอ เพื่อตรวจหาเชื้อโรคเพื่อใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อหนองใน

สามารถรักษาได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาและใช้การรักษาอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อลดอาการและรักษาภาวะแทรกซ้อนของโรค รายละเอียดมีดังนี้ มีการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เซฟิกซิม เซฟไตรอะโซน และสปอโรมัยซิน การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยสามารถรักษาได้เร็วหากรักษาเร็ว แต่ความเสียหายของเนื้อเยื่อต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมตัวเอง

แพทย์ทำการตรวจเลือดสำหรับผู้ที่เป็น โรคหนองใน ดูว่าตนมีโรคอื่นๆ เช่น เอชไอวี ซิฟิลิสหรือไม่ สำหรับผู้ป่วยหญิงที่มีอาการของน้ำมูกไหล ได้แก่ มีไข้สูง ปวดท้องน้อย ขัดเบา มีน้ำมูก แสดงว่ามีภาวะแทรกซ้อนในมดลูก หญิงมีครรภ์ ควรไปพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง การติดเชื้อหนองในอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับทารกในครรภ์ อาจต้องมีการชักนำการคลอดก่อนกำหนด

นานาสาระ : แกนีมีด อ่างเก็บน้ำของระบบสุริยะอาจมีน้ำน้อยกว่าปริมาณน้ำบนโลก

บทความล่าสุด